ปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์คาง
HIFU
Before


After


HIFU
Before



After



Oligio
ปรับรูปหน้า
Before



After



Before



After



เครื่องยกกระชับที่คลินิกมีแบบไหนบ้าง
1. HIFU(MMFU) เทคโนโลยีกระชับผิวหน้าและสลายไขมันใต้ชั้นผิว ที่สามารถผลิตคลื่นพลังงานอัลตราซาวน์ที่มีความเข้มข้นและเฉพาะเจาะจง ( Focused Ultrasound ) ที่เรียกว่า MMFU : Micro & Macro Focused Ultrasound ปล่อยพลังงานออกมาเป็นจุดต่อๆกันในแต่ละshotที่ยิงไปยังตำแหน่งความลึกที่ต้องการได้อย่างจำเพาะ โดยจะส่งพลังงานถึงชั้นที่อยู่ปกคลุมกล้ามเนื้อใบหน้า หรือที่เรียกว่าชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าเครื่อง HIFU ประกอบด้วยหัวพลังงานที่มีหลายความลึก สามารถเลือกหัวพลังงานที่เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละคนไข้ได้ สามารถทำได้ทั่วใบหน้าและลำตัว
สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้เช่น
- ใบหน้าแก้มหย่อนคล้อย, ร่องแก้มลึก
- คิ้วตก, หนังตาตก, ขอบตาล่างหย่อนยาน มุมปากตก
- มีเนื้อใต้คางเป็นชั้น หรือลำคอหย่อนคล้อย
- ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น V Shape โดยที่ไม่ต้องการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า
- กระชับสัดสวนในบริเวณหน้าท้อง, ต้นแขน, ท้องแขน, ต้นขา
2. Oligio เครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ ส่งพลังงานผ่านชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน ทำให้โมเลกุลเกิดการสั่นและเกิดเป็นความร้อนใต้ชั้นผิว ได้ผลกระตุ้นสายคอลลาเจนเดิมให้หดยกกระชับ และกระตุ้นการสร้างสายคอลลาเจนขึ้นใหม่ และความร้อนที่เกิดขึ้นยังช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวหนังอีกด้วย
คุณสมบัติของเครื่อง oligio เป็นโปรแกรมยกกระชับจากบริษัท Wontech บริษัทเครื่องมือการแพทย์และความงามจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งในไทย ยุโรป และ อเมริกา จึงมีความปลอดภัยในการทำการรักษาOligio ใช้นวัตกรรมคลื่น RFความถี่ 6.78 MHz ในการช่วยยกกระชับแต่เป็นการปรับปรุงพัฒนาขึ้นให้มีความสบายในระหว่างทำมากยิ่งขึ้น มีความเจ็บในระหว่างทำที่น้อยลง ไม่จำเป็นต้องทายาชา สามารถปรับจำนวนช็อตตามปัญหาของแต่ละคนได้ ใช้เวลาในการทำ 20-30 นาที
Oligio สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เช่น
- ใบหน้ามีแก้ม ไขมันหนา มีร่องแก้มและร่องน้ำหมากจากการหย่อนคล้อย
- มีเหนียง คาง 2 ชั้น กรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า
- ริ้วรอยเล็กๆ รูขุมขนกว้าง
- สิวอักเสบ เนื่องจากทำให้ต่อมไขมันลดการผลิต ลดความมันบนใบหน้าได้
ใครเหมาะจะทำเครื่องยกกระชับแบบไหน
- ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ มีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รูขุมขนกว้าง กรอบหน้าไม่ชัดในระดับน้อยถึงปานกลาง แนะนำทำ HIFU
- หากมีแก้มจากไขมันใต้ผิวปริมาณน้อยถึงปานกลาง รูขุมขนกว้าง กรอบหน้าไม่ชัดจากเหนียงที่คอ ระดับน้อยถึงปานกลาง แนะนำทำ Oligio เพื่อได้ประโยชน์ทั้งสลายไขมันและชั้นผิวหน้าที่กระชับ สามารถทำร่วมกับการฉีดสลายไขมันได้
โดยปริมาณช็อตขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันใต้ผิวและความหย่อนคล้อย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำ
และจะดีที่สุดถ้าทำได้ 2 เครื่องนี้เพื่อยกกระชับได้ทั้งชั้นผิว ชั้นSMAS สลายไขมันส่วนเกินและชั้นผิวกระชับขึ้น
– หากมีไขมันแก้มและเหนียงปริมาณมาก หรือใบหน้าหย่อนคล้อยมากจะไม่ค่อยเห็นผลจากเครื่องยกกระชับแนะนำรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเช่นการดูดไขมัน หรือการดึงหน้าเป็นต้น
ทำเครื่องยกกระชับ HIFU เจ็บหรือไม่
ขณะทำ HIFU จะทำให้เกิดพลังงานความร้อนใต้ผิว ให้ร้อนมากถึง 65 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ เพราะฉะนั้น HIFU ที่ดีมักจะมาพร้อมกับความเจ็บเล็กๆ บริเวณที่อาจจะเจ็บมากขึ้นเช่นแนวกราม และโหนกแก้ม คุณหมอจะปรับพลังงานที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน ทางคลินิกมีบริการมาส์กยาชา ทาไว้ 45-90 นาที เพื่อลดความเจ็บ เพิ่มความสบายผิวในขณะทำ หากใช้ HIFU ที่มีพลังงานต่ำ ราคาไม่แพง ตอนทำรู้สึกสบายหน้าไม่เจ็บ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เห็นผลด้วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นความต่างเรื่องของพลังงาน
ทำเครื่องยกกระชับเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานเท่าไหร่
ทั้งสองเครื่อง หลังทำทันทีจะเห็นผลความกระชับที่ 10-20%แรก และจะค่อยๆเห็นผลดีขึ้นในระยะเวลา 1-3เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น เซลล์ไขมันค่อยๆสสายไป ผิวหน้าจึงดูกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น HIFU และ Oligio หากใช้พลังงานและจำนวนช็อตที่เหมาะสมสามารถอยู่ได้นาน 6-8 เดือน แนะนำทำซ้ำที่ 3-6 เดือนหลังทำครั้งก่อนหน้านี้
การฉีดโปรแกรมปรับรูปหน้าสามารถฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง
- ริ้วรอยบนใบหน้า ปรับรูปหน้าลดริ้วรอย คือ การฉีดโปรแกรมปรับรูปหน้าที่เป็นสารสกัดจากแบคทีเรีย มีคุณสมบัติออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เมื่อปรับรูปหน้าบริเวณริ้วรอยบนใบหน้าแล้ว จะสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ ได้ จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงภายใน 48-72 ชั่วโมง ยาจะออกฤทธิ์เต็มที่ 1-2 สัปดาห์ ริ้วรอยบริเวณที่ฉีดเริ่มคลายตัวและจางลง โดยกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงนาน 4-6 เดือน เมื่อขยับใบหน้าหรือแสดงสีหน้าต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดการพับของผิว ดังนั้น การปรับรูปหน้าจึงสามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้
- ฉีดกระชับรูขุมขนบริเวณหน้าแก้ม
- ฉีดยกมุมปากที่ตกจากกล้ามเนื้อที่ดึงลงและ ฉีดรอยย่นที่เหนือริมฝีปาก
- ฉีดกล้ามเนื้อกราม เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้หน้าเรียวลงได้
- ฉีดบริเวณกรอบหน้า เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่คอ ทำให้ผิวที่คอดูตึงขึ้น
- ฉีดรักแร้เพื่อพื่อยับยั้บการทำงานของต่อมเหงื่อและกลิ่นกายบริเวณใต้วงแขนให้ทำงานได้น้อยลง ส่งผลให้สามารถลดเหงื่อออกที่ใต้รักแร้ได้กว่า 80% ทำให้กลิ่นตัวลดลงและจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน
โปรแกรมการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA)ซึ่ง เป็นสารที่ในผิวเราก็มีอยู่แล้วแต่หายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น สารเติมเต็มนี้สามารถฉีดเพื่อเข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน หรือเติมเป็นโครงเพื่อพยุงเอ็นขึงระหว่างชั้นต่างๆบนในหน้าที่หย่อน หรือเสริมแทนชั้นกระดูกที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเป็นต้น
สารเติมเต็มจะมีคุณสมบัติอุ้มน้ำด้วยซึ่ง จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ และฉีดเพื่อแก้ไขโครงสร้างใบหน้าในจุดต่าง ๆเช่นบริเวณคาง
โปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม
Hyaluronic Acid เป็นสารที่มีความปลอดภัย นิยมใช้ในวงการแพทย์และด้านความงามอย่างแพร่หลาย ผ่านการรับรองจากอย.ไทย อย.อเมริกา ยังไม่พบการแพ้รุนแรง เนื่องจากเป็นสารสังเคราะห์ที่คล้ายกับที่ผิวในร่างกายเรานั่นเอง หลังฉีดแล้วจะค่อยๆสลายไปได้เอง
ความปลอดภัยจากการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ยังขึ้นกับแพทย์และฟิลเลอร์ที่ใช้ การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ หมอมีประสบการณ์และใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ปริมาณที่เหมาะสม จะได้รับทั้งความปลอดภัย และความคุ้มค่า
วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย สังเกตได้จากอะไรบ้าง
เพื่อความปลอดภัยคนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ ว่ามีจุดสังเกตอะไรบ้าง และมีบริษัทนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ สังเกตได้จาก
- เลขทะเบียนอย. ที่กล่อง
- มีเอกสารกำกับภาษาไทย
- เลข lot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์หรือหลอด ตรงกัน
- สามารถนำเลข lot โทรเช็คกับบริษัทนำเข้าได้
Dr.Boat Clinic ใช้ฟิลเลอร์แท้ คุณหมอจะสแกนหรือให้คนไข้ตรวจสอบทุกครั้ง แกะกล่องต่อหน้า มั่นใจและสบายใจได้ค่ะ
นอกจากนี้คุณหมอยังได้รับเกียรติเป็น KOL ให้กับฟิลเลอร์แบรนด์ Exquiller ซึ่งคุณหมอได้มีโอกาสบินไปดูงานถึงโรงงานผลิตฟิลเลอร์ Exquiller ที่ประเทศเกาหลี ชมขั้นตอนการผลิตฟิลเลอร์จนถึงการบรรจุใส่กล่อง ซึ่งตัวฟิลเลอร์มีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจเมื่อนำมาฉีดกับคนไข้
คำถามที่พบบ่อย
การเตรียมตัวก่อนและหลังปรับรูปหน้าลดริ้วรอยที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าลดริ้วรอยออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ รวมถึงช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนหลังฉีดได้
ข้อปฏิบัติตัวก่อนการปรับรูปหน้าลดริ้วรอย
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปรับรูปหน้าให้ละเอียด ทั้งสถานที่ฉีด แพทย์ที่มีประสบการณ์ วิธีดูโปรแกรมปรับรูปหน้าแท้ เป็นต้น และอาจดูรีวิวปรับรูปหน้าลดริ้วรอยจากผู้เข้าใช้บริการจริงประกอบไปด้วยจะดีที่สุด
- งดกินยากลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin, Ibuprofen, Diclofenac, Ponstan รวมถึงงดวิตามินและอาหารเสริมบางประเภทที่มีฤทธิ์เกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนปรับรูปหน้าลดริ้วรอย
- หากมีโรคประจำตัวควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนการปรับรูปหน้า สตรีมีครรภ์ไม่สามารถรับบริการการปรับรูปหน้าได้
ข้อปฏิบัติตัวหลังการปรับรูปหน้า
- เมื่อปรับรูปหน้าเสร็จในแต่ละบริเวณควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อบ่อยๆในช่วง 1 ชั่วโมงแรก
- ไม่ควรจับ, ลูบ, คลึง หรือกดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวผิดที่ได้ เกิดผลเสียเช่นหนังตาตก เป็นต้น
- ไม่ควรนอนราบ นอนคว่ำ และก้มหัวต่ำกว่าอก ประมาณ 4 ชั่วโมงหลังปรับรูปหน้า
- งดความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงประมาณ 3 วันหลังปรับรูปหน้า
- หากมีรอยแดงจากจุดเข็มจะหายได้เองภายใน 1-3 วัน แต่ถ้าหากสะกิดโดนเส้นเลือดฝอยทำให้เกิดรอยช้ำสีม่วงแนะนำให้ประคบเย็นได้ใน 24 ชั่วโมงและหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จนกว่าจะหายเนื่องจะทำให้รอยช้ำหายช้า
- หลีกเลี่ยงความร้อนเช่นจากการดัดผม ทำซาวน่า อบไอน้ำหรือแช่ออนเซนในช่วง 2 อาทิตย์หลังฉีด
- กรณีฉีดกราม แนะนำเคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดทันที
- กรณีฉีดรักแร้ แนะนำหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักใน 1 อาทิตย์แรก และใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อน ไม่รัดแน่น
- ดูแลผิวหน้า บำรุงให้เกิดความชุ่มชื่นอยู่เสมอหลีกเลี่ยงการอยู่ในแสงแดดจัดๆ การพักผ่อนน้อย การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะทำให้ริ้วรอยต่างๆกลับมาเร็ว กรณีปรับรูปหน้าที่กราม แนะนำหลีกเลี่ยงอาหารที่เหนียวหรือที่ต้องใช้ฟันกรามบดเคี้ยว
ก่อนจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ของแท้ ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น การเลือกหมอ เทคนิคในการทำ รวมไปถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า
- เมื่อเข้าไปที่คลินิกควรได้มีการปรึกษาพูดคุยถึงปัญหา วิธีการแก้ไข รวมถึงตกลงบริเวณและปริมาณที่จะฉีดกับแพทย์ที่จะฉีด
- หากมีโรคประจำตัวหรือมียากินประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- มียาและวิตามินบางชนิดที่ควรงดก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E, C.
หลังการฉีดฟิลเลอร์ควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาและกดนวดในจุดที่ฉีด อาจมีอาการปวดระบม บวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน สามารถประคบเย็นช่วยบรรเทาได้
- กรณีใช้เข็มทู่จะมีจุดเข็มเข้าที่เป็นรูใหญ่ได้กว่าปกติ หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าลงรองพื้นภายในวันแรกหลังฉีด รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการทำให้รูเข็มอักเสบติดเชื้อ
- ควรอยู่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออนเซน อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก ตากแดด ดัดผม
- ให้งดเลเซอร์ร้อนหรือเครื่องยกกระชับที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิดอย่างน้อย 1 เดือน
- ควรงดทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า ดังนี้ครับ
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ หมูกระทะ ชาบู
- อาหารหมักดอง อาหารที่เผ็ดมาก ๆ จนหน้าแดง อาหารหวานจัดและอาหารดิบจากร้านที่ไม่สะอาด
- งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ยุบบวมช้าและส่งผลการรักษาอยู่ได้สั้นลงด้วยค่ะ
- อาการที่ต้องสังเกตเเละรีบมาพบแพทย์คือ การปวดแสบร้อนที่ผิวหนังบริเวณที่ฉีดหรือบริเวณรอบ ผิวหนังซีดลง และเย็น หรือมีรอยช้ำม่วงกระจายเกิดตำแหน่งเข็ม
- หลังฉีดฟิลเลอร์ อาจมีรอยแดงจากเข็ม หายไปเองได้ใน 2-3 วัน และจะอาการบวมหลังฉีด เป็นปกติ สามารถหายบวมไปเองได้ ประมาณ 7-14 วัน ฟิลเลอร์จะเข้าที่ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
- หากมีอาการผิดปกติเช่น อาการปวดบวมแดงร้อน ผิวหนังสีซีดหรือเย็นผิดปกติ ให้รีบติดต่อแพทย์โดยทันที